ภัยธรรมชาติถือเป็นอีกภัยพิบัติที่ยากจะหลีกเลี่ยง เพราะบางครั้งไม่มีแม้แต่สัญญาณแจ้งเตือน นำมาซึ่งความเสียหายมากมายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นภัยจากน้ำท่วม ไฟป่า ฝุ่นควัน หรือแม้แต่แผ่นดินไหว ที่ไม่นานมานี้เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวรุนแรงมากกว่า 7.6 แมกนิจูด และมีอาฟเตอร์ช็อกหลาย 100 ครั้ง

องค์กร Save the Children ระบุว่า สถิติผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม ไฟป่า พายุไซโคลน พายุ และดินถล่มทั่วโลก ในปี 2023 มีจำนวนอย่างน้อย 12,000 คน หรือมากกว่าปี 2022 ถึง 30% 

นอกจากนี้ในฐานข้อมูลภัยพิบัติ ของ EM-DAT (The international disaster database) ยังระบุอีกว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ระหว่างปี 2022 และปี 2023 มีประมาณ 240 เหตุการณ์ ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตจากดินถล่ม เพิ่มขึ้น 60% การเสียชีวิตจากไฟป่า เพิ่มขึ้น 278% และการเสียชีวิตจากพายุ เพิ่มขึ้น 340% โดยส่วนหนึ่งของการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นนี้ มาจากการที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากปัญหาภาวะโลกร้อนที่กำลังเปลี่ยนเป็นโลกเดือด ระบบเตือนภัยพิบัติจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ภัยอันตรายเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

วันนี้ Security Pitch จะพามารู้จักอีกหนึ่งระบบเตือนภัยพิบัติที่ว่ากันว่า ดีที่สุดในโลก นั่นคือ J-ALERT ของประเทศญี่ปุ่น 

J-ALERT หรือ Japan’s Emergency Warning System เป็นระบบแจ้งเตือนภัยของญี่ปุ่น เปิดใช้ตั้งแต่ ปี 2004 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลจากรัฐบาลสู่สาธารณะอย่างรวดเร็วผ่านดาวเทียม โดยแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ทั่วประเทศ ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ น้ำท่วม หรือ แม้แต่การโจมตีทางอาวุธ เช่น การยิงขีปนาวุธ

เทคโนโลยีของ J-ALERT ประกอบไปด้วย Cell Broadcast, FM Radio, Television Broadcast Digital Signage ที่ใช้จอภาพดิจิทัลหรือบอร์ดแสดงข้อมูลเพื่อส่งข้อมูลเตือนภัย, RMI (Remote Method Invocation) ส่งข้อมูลเตือนภัยไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถรับข้อมูลของ J-Alert และ Disaster Prevention Administrative Radio ระบบสื่อสารไร้สายที่ใช้ในการส่งข้อมูลเตือนภัย

โดยการทำงานของระบบ J-ALERT จะเริ่มจากสำนักงาน Fire and Disaster Management Agency (FDMA) ทำการรับข้อมูลจากสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น สึนามิ แผ่นดินไหว หรือการโจมตีจากขีปนาวุธ หลังจากนั้นสำนักงาน FDMA ญี่ปุ่นฝั่งตะวันออกและตะวันตก จะทำการส่งข้อมูลฉุกเฉินไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณ J-ALERT ผ่านดาวเทียมและวงจรภาคพื้นดินสำรอง ซึ่งอุปกรณ์ที่ J-ALERT ทำการส่งแจ้งเตือนไป มีตั้งแต่การแจ้งเตือนทางมือถือ, ประกาศทางวิทยุและโทรทัศน์ รวมไปถึงการประกาศแจ้งเตือนตามตึก หรือ อาคาร ในบริเวณที่ได้รับความเสี่ยง

ขณะที่ประเทศไทยมีการแจ้งเตือนผ่าน SMS Alert หรือ ผ่านแอป Thai Disaster Alert ที่พัฒนาโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการแจ้งเตือนผ่านสื่อมวลชนผ่านช่องทางต่างๆ  แต่ถึงแม้จะมีช่องทางการแจ้งเตือนภัย หลายช่องทางแต่ก็ยังติดปัญหาการใช้งานที่ยังไม่มีความ หลากหลายมากพอ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OneForce

Tel. : 081-972-2500
Line : @securitypitch
Email : [email protected]

บทความที่น่าสนใจ

Related Posts
  • อังกฤษทดลองใช้ AI จับคนขับรถเล่นมือถือ ไม่คาดเข็มขัด ส่งค่าปรับถึงบ้าน

    เว็บไซต์สำนักงานทางหลวงแห่งสหราชอาณาจักร หรือ National Highways ระบุว่า เริ่มมีการนำเทคโนโลยี AI มาทดลองใช้ตรวจจับผู้ขับรถยนต์ที่เล่นมือถือ และไม่คาดเข็มขัดบนท้องถนนอังกฤษ  การทดลองนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานทางหลวงอังกฤษ และ AECOM บริษัทที่ปรึกษาด้านโครงสร้างพื้นฐานข้ามชาติ มีการทดลองโครงการนี้ครั้งแรกในปี 2021 […]

  • หน่วยดับเพลิงนิวยอร์กใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ หลังเหตุร้ายเพิ่มขึ้น

    สำนักงานดับเพลิงนิวยอร์ก (FNYD) กำลังนำเทคโนโลยี AI จากศูนย์วิจัย C2SMARTER ซึ่งเชี่ยวชาญด้านขนส่งอัจฉริยะมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุและหลบหลีกพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด ความร่วมมือดังกล่าวคือการสร้าง Digital Twin โดยจะมีการเริ่มโครงการและทำวิจัยในพื้นที่ West Halem […]

  • ส่องกฎใหม่ ระบบ eCall ในสหภาพยุโรป

    สหภาพยุโรบประกาศใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับระบบ eCall ในรถยนต์ กฎหมายใหม่นี้มีบริบทเดียวกันกับกฎระเบียบที่เพิ่งประกาศไปเกี่ยวกับอุปกรณ์ eCall ใน PSAP  การออกกฎระเบียบใหม่นี้เพื่อให้ระบบรองรับทำงานบนเครือข่ายแบบ packet-switched networks หรือเครือข่ายแบบสลับแพ็กเกจ 4G หรือ 5G  ซึ่งคาดว่าจะมีการปิดเครือข่าย […]

Comments